Important Notice: Beware of Impersonation ("Spoofed") Emails and Fraudulent Requests to Change Bank Account Details
Thank you for your continued business and support. We have confirmed that suspicious emails are being sent to our busine...
Try a different keyword or explore our categories below.
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Find by Brands 8
Find by Sub-Category
Find by Brands 9
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Company news
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิต ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องมือทางการแพทย์ AI ไม่เพียงช่วยแค่ในการวิเคราะห์ข้อมูลและตรวจสอบคุณภาพสินค้า แต่ยังช่วยคาดการณ์และป้องกันปัญหาล่วงหน้า ส่งผลให้กระบวนการผลิตมีความต่อเนื่อง ลดข้อผิดพลาด และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาด
AI และ Cobot เป็นส่วนสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในอุตสาหกรรม โดยทำหน้าที่ร่วมงานกับมนุษย์อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาดและความเสี่ยงต่างๆ ในกระบวนการผลิตในระยะยาว
จากการสำรวจของ McKinsey พบว่า บริษัทที่นำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมสามารถทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันถึง 3.4 เท่า และผู้ประกอบการที่นำ AI มาใช้ในโรงงานแปรรูปในอุตสาหกรรมรายงานว่าผลผลิตเพิ่มขึ้น 10 – 15 % และ EBITA เพิ่มขึ้น 4-5 %
โดยการประเมินทั่วโลก AI มีศักยภาพที่จะเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจรวมได้ประมาณ 13 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 และยังมีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ยังไม่ได้ถูกดึงมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม.
Note: EBITA (Earnings Before Interest, Taxes, Depreciation, and Amortization) คือ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย
บริษัท CITIC Pacific Special Steel ผู้ผลิตเหล็กกล้าพิเศษในจีนใช้งาน AI ในกระบวนการผลิต ซึ่งรวมถึงการคาดการณ์การทำงานภายในเตาเผาเหล็กเพื่อปรับพารามิเตอร์ของกระบวนการให้เหมาะสมแบบเรียลไทม์ ทำให้เพิ่มปริมาณงานได้ 15% และลดการใช้พลังงานลงได้ 11%.
บริษัท Agilent ผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพในเยอรมนีได้นำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิชันมาใช้งานในชุดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากจนทำให้สามารถปรับใช้กรณีการใช้งานคอมพิวเตอร์วิชันที่แตกต่างกัน 5 กรณี ได้ ซึ่งช่วยลดอัตราข้อบกพร่องลงได้ 49% ในเวลาเพียง 4 เดือน.
แหล่งอ้างอิง:
Cobot คือหุ่นยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับมนุษย์ในภาคอุตสาหกรรม โดยมีลักษณะเป็นแขนกลที่สามารถหยิบจับและจัดเรียงชิ้นส่วนขนาดเล็ก รวมถึงผลิตงานที่ต้องการความแม่นยำสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้ข้อผิดพลาด ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย ทั้งยังมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 10218-1 หรือมาตรฐานความปลอดภัยอื่นๆ โดยสิ่งที่ทำให้แตกต่างจากหุ่นยนต์ทั่วไปคือขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา และเคลื่อนย้ายง่ายภายในโรงงาน
ที่สำคัญที่สุด Cobot ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่สามารถชะลอความเร็ว หยุดการทำงาน หรือหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ทันที หากตรวจพบการชนหรือมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ใกล้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงานเหล่านี้ถึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในยุคปัจจุบัน
ในปี 2025 การใช้หุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในโรงงานอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะในกระบวนการที่ต้องการลดความเสี่ยงและเพิ่มผลผลิต ตัวอย่างในไตรมาสที่ 3 ปี 2024 พบว่าประเทศไทยนำเข้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและแขนกล มูลค่า 915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 39.8% เมื่อเทียบปีต่อปี ส่วนการส่งออกมีมูลค่า 121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% จากไตรมาสก่อนหน้า
นอกจากนี้ การสนับสนุนของ BOI ได้มีการอนุมัติ 218 โครงการ ในการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 26,422 ล้านบาท ซึ่งแสดงถึงแนวโน้มที่ชัดเจนในการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อความยั่งยืน
แหล่งอ้างอิง:
เครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์อัจฉริยะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการที่หลากหลายของกระบวนการผลิต โดยมีเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพดังนี้: