Important Notice: Beware of Impersonation ("Spoofed") Emails and Fraudulent Requests to Change Bank Account Details
Thank you for your continued business and support. We have confirmed that suspicious emails are being sent to our busine...
Try a different keyword or explore our categories below.
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Find by Brands 8
Find by Sub-Category
Find by Brands 9
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Find by Sub-Category
Company news
การผลิตที่ยั่งยืนกลายเป็นความสำคัญหลักของอุตสาหกรรมเครื่องจักรในปี 2567 ผู้ผลิตเครื่องจักรกลกำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องจักรที่มีฉลาก “Green Machine” ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตัวอย่างเช่น Okuma ได้พัฒนาเครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีการจัดการพลังงาน ช่วยลดการใช้พลังงานในการผลิตได้ถึง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องจักรทั่วไป
![]()
การนำระบบอัตโนติเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปี 2567 เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนแรงงาน ข้อมูลจาก Markets and Markets ระบุว่าตลาดเครื่องจักรกลทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตจากมูลค่า 78.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 เป็น 137.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 4.2% การใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมกำลังถูกนำมาใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยคาดว่าการใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 20-30%
ตามข้อมูลจาก M Report ในเดือนมิถุนายน 2567 ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดสั่งซื้อรวม 1.57 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 22.8% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องจักรกลที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ไฟฟ้า ในเดือนกรกฎาคม 2567 ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลจากญี่ปุ่นอยู่ที่ 35,703 ล้านเยน (243.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 12.5% จากเดือนที่แล้ว และเป็นครั้งแรกที่ยอดคำสั่งซื้อลดลงในรอบสองเดือน หากเทียบเป็นรายปีพบว่าลดลง 9.3% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 23 สำหรับรายอุตสาหกรรม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมิถุนายน 2567 อุตสาหกรรมยานยนต์ลดลง 31.1%, อุตสาหกรรมเครื่องจักรลดลง 5.9%, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และพรีซิชันเพิ่มขึ้น 31.4% และอุตสาหกรรมอากาศยาน เรือ และอุปกรณ์ขนส่งลดลง 49.7%
ประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (MSMEs) ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยีที่ทันสมัย รายงานจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า MSMEs ในประเทศไทยยังขาดเงินลงทุนจำนวนมากเพื่อซื้อเครื่องจักรอัตโนมัติมาทดแทนแรงงานและเพิ่มผลิตภาพ นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภาพของ MSMEs ยังมีความท้าทาย เนื่องจากความเหลื่อมล้ำระหว่างสถานประกอบการขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดยเฉพาะในด้านการลงทุนด้านนวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องจักรไปข้างหน้า
ในปี 2567 อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลมุ่งเน้นไปที่การผลิตที่ยั่งยืน การใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ และการพัฒนาเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การติดตามแนวโน้มและการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ตลาดจะเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ข้อมูลและสถิติที่นำเสนอในบทความนี้จึงมีความสำคัญในการช่วยให้ผู้ผลิตและนักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางเครื่องจักรกลที่ทันสมัยในอาเซียน โดยมีการจัดงาน METALEX 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2567 ที่ BITEC กรุงเทพฯ งานนี้จะเป็นเวทีที่นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ จากผู้ผลิตชั้นนำกว่า 3,000 แบรนด์จากทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 100,000 คนจากอุตสาหกรรมการผลิตโลหะ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดเครื่องจักรกลระดับโลก รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต